ส่องบ้านสวน “เท่ง เถิดเทิง” ปลูกพืชผักเต็มสวนร่มรื่นน่าอยู่มาก

จากเด็กสุโขทัยเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จนกลายเป็นตลกชื่อดังระดับชั้นนำของเมืองไทย “เท่ง เถิดเทิง” หรือพงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ เองกลับไม่เคยลืมความเป็นเด็กบ้านนอก ยังคงคิดถึงกลิ่นดิน กลิ่นฟาง กลิ่นขี้ควาย แม้จะมีบ้านหลังใหญ่โตในกรุงเทพฯ

แต่เมื่อมีเวลาว่างเขาและครอบครัวก็มักจะเดินทางมาพักผ่อนที่บ้านอีกหลังหนึ่งในจังหวัดนครนายกซึ่งซื้อมาได้ 7-8 ปีแล้ว

ผืนดิน 4 ไร่ที่เต็มไปด้วยมะม่วง มะยงชิด มะปราง เงาะ มังคุด ฯลฯ พร้อมบ้านไม้หลังย่อมๆ อีกหนึ่งหลังถูกเท่ง เถิดเทิงซื้อมาเมื่อหลายปีก่อนในราคา 3.9 ล้านบาท

“วันนั้นพาครอบครัวมาเที่ยวน้ำตก แล้วเมียพามาดูที่ พอเห็นเรารู้สึกชอบเลยเพราะมันเย็น ร่มรื่น มีสวน ตอนนั้นยกมือไหว้เจ้าที่เจ้าทางบอกว่าถ้าที่ดินนี้จะเป็นของเราขอให้คุยและเจรจาเสร็จใน 1 วัน ซึ่งวันเดียวก็เรียบร้อย จ่ายเงิน โอนกันไม่มีปัญหาอะไรเลย”

เมื่อเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้เท่งก็ลงมือปรับปรุงบ้านโดยคงสภาพบ้านไม้แบบเดิมไว้เพราะส่วนตัวชื่นชอบบ้านไม้ จะปรับเพียงดีดบ้านให้สูงขึ้น ปูพื้นกระเบื้องแทนพื้นดินด้านล่าง ต่อห้องเพิ่ม และสร้างบ้านหลังย่อมๆ ตรงท้ายสวนให้ญาตินอนเฝ้าตอนกลางคืน

“ช่วงแรกที่มาพักใหม่ๆ ชาวบ้านขับรถ หรือขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านจะตะโกนเรียกชื่อทั้งวัน แต่พออยู่ไปนานๆ พี่ก็เริ่มชิน คุ้นเคยกับคนแถวนี้ เดินถอดเสื้อออกไปนอกบ้านทักทายกับคนทั่วไปได้”

ปกติถ้าไม่มีงานที่กรุงเทพฯ เท่ง เถิดเทิงจะขับรถมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เพราะชอบความเงียบสงบ และธรรมชาติของที่นี่ แม้บ้านในกรุงเทพฯ ย่านบางบัวทองจะหลังใหญ่โตแต่ไม่มีที่ให้เดินเล่น ปลูกต้นไม้เหมือนบ้านหลังนี้

กิจกรรมที่ตลกเจ้าของบ้านชอบทำบ่อยๆ คือกวาดใบไม้ เผาใบไม้ ปลูกผักสวนครัวรอบบ้าน นอกจากจะมีผลไม้หลายชนิดติดที่ดินดั้งเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีทั้งมะนาว มะละกอ ตะไคร้ มะกรูด ฯลฯ อยู่รอบๆ ตัวบ้าน

ทุกเช้าที่บ้านนครนายกเท่ง เถิดเทิงจะตื่นแต่เช้าลงมาดูแลทำความสะอาดบ้าน กวาดใบไม้ เผาขยะ ว่างๆ ก็ปลูกผัก ดูแลพืชพันธุ์ที่ตัวเองปลูกไว้ ถ้ามีเวลาจะต้องช่วยภรรยาแกะเนื้อปลานิลสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาขนมจีนแม่มาลา (ขนมจีนที่ขายอยู่ในตลาดเท่ง เถิดเทิง จังหวัดนครนายก) ชีวิตประจำวันที่นี่ของเท่งจึงค่อนข้างเรียบง่าย สงบ

“อยู่ที่นี่แล้วมันสบายใจ สบายกาย สบายปอด ผมไม่ชอบอยู่กรุงเทพฯ แต่เพราะมีครอบครัว ห่วงลูก มีเงินผมไม่เคยใช้ ใช้ไม่เป็น แต่งตัวไม่เป็น เดินห้างไม่เป็น ไม่รู้จะซื้ออะไร แต่มาอยู่ที่นี่แล้วมีความสุข บางวันก็เดินเท้าเปล่ารับแร่ธาตุจากดิน มาอยู่ที่นี่แล้วไม่อยากกลับกรุงเทพฯ”

“บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่งั้นมันจะเป็นง่อยกันไปซะหมด ทุกวันนี้เราแทบไม่ทำอะไรกันแล้ว เพียงแค่เห็นครอบครัวอบอุ่น ไม่อด อิ่ม อยากกินอะไรก็ได้กิน บรรยากาศถ่ายเท ไปไหนมาไหนสบาย แค่นั้นก็พอแล้ว”

ในอนาคตเท่ง เถิดเทิงยังไม่มีแผนชีวิตชัดเจนว่าจะเกษียณตัวเองตอนอายุเท่าไร เพราะยังฝันถึงการเล่นตลกมอบความบันเทิงให้กับคนดูไปจนอายุสัก 70 ส่วนบั้นปลายนั้นจะเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านหลังนี้ หรือไปสร้างบ้านหลังเล็กๆ ริมแม่น้ำแควบนที่ดินของตัวเองในจังหวัดกาญจนบุรีหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ

10 วิธี ทำตัวให้ “มีค่า ดั่งเพชร” แล้วสิ่งดีๆ จะวิ่งเข้ามาหาเราเอง…

1.อย่า ‘ทำตัวไร้ค่า’
วันๆ ไม่ทำอะไร นั่งขี้เกียจ เฉื่อยชา ต้องขยัน กระตือรือร้น ทำงาน สร้างสรรค์ ยุ่งตลอดเวลา
อย่าเกิดมาอยู่เป็นสิ่งมีชีวิตรกโลก แล้วตาย ชีวิตสั้น เดี๋ยวก็ตาย จะทำตัวมีค่าเลย หรือไม่มีค่าเลย !

2.อย่า ‘ไร้สาระ’
อะไรไม่สำคัญ ไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องทำ เล่น FACEBOOK, INSTAGRAM ถ้าไม่ได้ความรู้ หรือเงิน หรือโอกาสในชีวิต เลิกเล่น คุย LINE หรือคุยกับเพื่อน ถ้าปัญญาอ่อน เสียสมอง เสียงาน เสียเวลา เลิกคุย !!!

3.อย่า ‘อยู่แบบห่วยๆ’
ถ้ารู้ตัวว่าห่วย ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง อย่าทนกับตัวเอง ลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง ทำบางอย่างให้เป็น ทำบางอย่างให้เก่ง จะได้เลิกสมเพชตัวเอง และมีอนาคต!!

4.อย่า ‘อวดเก่งไปวันๆ’
ทำตัวเท่ เดินไปเดินมา ขี้โม้ ไม่ได้ช่วยให้เจริญขึ้น คนเก่งจริงต้องพูดน้อย ทำมาก อวดรู้น้อย เรียนรู้มาก เพ้อเจ้อน้อย ผลงานมาก ถ้าเจ๋งไม่จริง ลดความหลงตัวเองลงมา
เพิ่มการพัฒนาเข้าไป อย่าทำให้คนหมั่นไส้ !


5.อย่า ‘ขี้ขลาด’
คนขี้ขลาดจะไม่ได้ทำอะไรในชาตินี้ อยากทำอะไรไม่ใช่ต้องไม่กลัว แต่ต้องทำทั้งๆ ที่กลัว อย่ามัวแต่ฟังคนขี้ขลาด บอกไม่ให้ทำ เพราะสุดท้ายจะเป็นขี้แพ้เหมือนไอ้คนบอก ดูคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าล้มเหลวเป็นตัวอย่าง อย่างมากแค่ตาย ลุย !

6.อย่า ‘คิดลบ’
ถ้าคิดลบ ชีวิตจะแย่ไปหมดทุกเรื่อง ไม่มีทางได้ดี สมองจะเสื่อมโทรม จิตใจจะขุ่นมัว ชีวิตจะห่วยแตก
โลกจะโหดร้าย เลิกเป็นพวกคิดลบ ไม่เคยคิดเชิงสร้างสรรค์ เอะอะก็คิดเชิงทำลาย เพราะสุดท้ายจะทำลายตัวเอง !

7.อย่า ‘เห็นแก่ตัว’
ทุกวันนี้อยู่เพื่อใครบ้าง รักใครบ้าง นึกถึงใครบ้างนอกจากตัวเอง คนเห็นแก่ตัวถือว่ามีชีวิตอยู่ก็ไร้ค่า ถ้าไม่รู้จักใจกว้าง มีน้ำใจ หรือทำเพื่อใครเลย
ไม่ช้าโลกจะเอาทุกอย่างที่มีไปหมด ชีวิตจะจบแบบยากจนข้นแค้น !

8.อย่า ‘หมกมุ่นกับความรัก’
ไม่มีความรักไม่ตาย แต่ไม่มีดี ไม่มีค่า ไม่มีอะไรเลยนี่ตายแน่ๆ อยากได้ความรักดีๆ ทำชีวิตให้ดีซะก่อน
อยากได้คนรักดีๆ ทำตัวเองให้คู่ควรซะก่อน
หยุดดิ้นรนแสวงหา เมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่มีค่าในสายตาใคร เพราะจะไม่ถูกมองข้ามก็ถูกทิ้งขว้าง !


9.อย่า ‘รักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง’
คนไม่รัก ไม่สนใจ ไม่เห็นค่า ช่างมัน จะแคร์ จะง้อ จะฟูมฟายทำไม ตัดทิ้งเลย ลืมเลย ไม่สนใจเลย คนดีๆ บนโลกมีอีกตั้งเยอะ รอเพชรเจียระไนเลอค่า ปล่อยเศษขี้ฝุ่นไร้ค่าไป จำไว้ .. อยากให้คนอื่นเห็นค่า ต้องเริ่มที่เห็นค่าตัวเอง !

10.อย่า ‘ดีน้อยไปและเลวมากไป’
เกิดมาบนโลกนี้ ไม่ต้องถึงกับเป็นคนเพอร์เฟคต์ เอาแค่อย่าดีน้อยไป มีข้อดีอยู่บ้างก็พอ และอย่าเลวมากไป มีข้อเสียนิดหน่อยก็พอ แล้วชีวิตที่เหลืออยู่ ก็เพิ่มความดี ลดความเลว ค่อยเป็นค่อยไป

แค่ได้เห็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าของตัวเองก่อนตาย ก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว !
สุดท้าย จำไว้ !
มนุษย์จะไม่ ‘มีค่า’

จนกว่าจะ ‘สร้างค่า’ ให้ตัวเอง
ถ้าไม่ทำอะไร…อย่าเข้าใจผิดคิดว่าตัวเอง “มี”

ขอบคุณที่มา : เฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกูล