Loading...

มุมมองความรัก “เขาเป็นเหมือนอากาศที่เราขาดไม่ได้” รักอบอุ่น ของผู้ชายที่ชื่อก้อง สหรัถ

Loading...

ท่ามกลางข่าวรักๆ เลิกๆ ของคนในวงการ แต่งงานไม่ทันไรก็แยกทางร้างลา ความรักของ “ผู้ชายอบอุ่น” ศิลปินมาดสุขุมนายนี้กลับเดินสวนทาง แทบไม่มีข่าวใดๆ เล็ดลอดออกมาตลอด 20 กว่าปีบนเส้นทางสายดนตรี จะมีก็เพียงข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ว่าคบหาดูใจสาวนอกวงการเป็นเวลานานแล้ว

กระทั่งภาพใบหน้าของเธอหลุดออกมาจากทริปเที่ยวญี่ปุ่นร่วมกับครอบครัวฝ่ายชาย จนกลายเป็นกระแสแชร์สนั่นจากสาวๆ ที่หัวใจสลายแต่ก็อดยิ้มตามไม่ได้ เมื่อได้เห็นความเป็นสุภาพบุรุษอีกครั้งหนึ่งจากผู้ชายคนนี้ ที่ออกมายิ้มรับพร้อมเปิดใจอธิบายคำว่า “แฟน” ผ่านมุมมองของคนโลกส่วนตัวสูงแบบไม่จำเป็นต้องปิดบัง

“รัก Low Profile” คบกันได้ ความรักสมบูรณ์

Loading...

“คนนี้คบหากันมา 20 ปีกว่าๆ แล้วครับ มองอนาคตยังไงเหรอ (หัวเราะแก้เขิน) มันเลยมาทุกอย่างแล้ว เพราะ 20 ปีแล้ว ตอนนี้ก็เป็นคู่คิด เป็นแฟน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคู่ปรึกษา เป็นคู่อริ (ยิ้มนิดๆ) โอ๊ย… เป็นทุกอย่าง มันเลยมาทุกอย่างแล้ว เลยตอนแต่งงาน เลยตอน 7 ปีจะเลิก-ไม่เลิก เลยมาหมดแล้วจริงๆ”

ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ศิลปินหนุ่มมาดนุ่มพูดถึงคนรักด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ท่าทีสบายๆ บอกชัดเจนเลยว่าภาพทริปท่องเที่ยวครั้งล่าสุดที่หลายๆ คนเรียกติดปากว่า “ภาพหลุด” นั้น ถ้ามองในมุมมองของเขา มันไม่น่าจะถูกเรียกแบบนั้นเสียด้วยซ้ำ เพราะถึงแม้ก้องจะไม่ค่อยพูดถึงรายละเอียดเรื่องความรักมากนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะพยายามปิดบังอะไร พอๆ กับที่ไม่ได้พยายามจะเปิดตัวแฟนสาวอย่างเป็นทางการให้ใครต่อใครได้รับรู้เช่นกัน

“มันไม่ใช่ทริปเปิดตัวแฟนหรอกครับ (หัวเราะเบาๆ) ก็ไปเที่ยวด้วยกัน ผมไม่ได้เปิด แต่ก็ไม่เคยปิดบังนะ ใครๆ ก็เห็นกันอยู่ประจำๆ นะ ก็ไม่น่าจะฮือฮาอะไร คงเป็นเพราะเขาตัดผมใหม่ด้วยแหละครับ เพราะเมื่อก่อนไว้ผมยาว ตอนนี้ตัดผมสั้นก็เลยอาจจะดูแปลกหน้าแปลกตาไป แต่เขาจะไว้ทรงอะไรก็ตามใจเขาครับ เราก็ชอบทุกทรง (ยิ้ม)”

ทริป 7 วันท่องแดนซากุระครั้งที่ผ่านมา คือทริปที่ก้องตั้งใจจัดขึ้นมาเพื่อพาคุณแม่ไปผ่อนคลาย โดยมีคุณเก๋ (แฟนสาว), คุณแม่, น้องชาย และเพื่อนผู้เชี่ยวชาญเส้นทางสายญี่ปุ่นอีกหนึ่งคนเป็นสมาชิกร่วมทริป จากปกติแล้ว เก๋และก้องมักจะมีทริปปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ด้วยกันเรื่อยๆ อยู่แล้วถ้าเวลาว่างตรงกัน บอกเลยว่านี่แหละคือคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ “คู่เซอร์” คู่นี้อยู่ด้วยกันยืดมาจนถึงทุกวันนี้

“ถ้ามีเวลาว่าง เราก็จะไปเที่ยวอุทยาน กางเต็นท์นอน เที่ยวป่าเที่ยวเขา เขาเป็นสไตล์เดียวกับผมที่ไม่ใช่เด็กหรู หรือต้องพักโรงแรม 5 ดาวตลอด เราเลยไปด้วยกันได้ นอกนั้นเรายังมีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เวลาผมไปปั่นจักรยาน เขาก็จะไปปั่นกับผมด้วย เชื่อไหมว่าเขาขี่หนักกว่าผม ขี่ไกลกว่าผมอีก ขนาดปั่นเป็น 100 กม. เขายังไม่เหนื่อยเลย (พูดไปยิ้มไป)

เขาก็เป็นคนสบายๆ ง่ายๆ น่ะครับ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ผมก็เป็นคนค่อนข้างเรียบง่าย เพราะถ้าเยอะเกินไปก็ลำบาก เป็นคน Low Profile ด้วยกันทั้งคู่มันก็จะโอเค และเขาก็เข้าใจว่าช่วงไหนเรางานหนักหรืองานน้อย ผมว่าความเข้าใจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลย ความรักเป็นจุดเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นจะกลายเป็นความเข้าใจ ผมเชื่อว่าความรักที่ดีต้องมีความเข้าใจมาควบคู่เสมอ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันว่าฉันรักเธอ มันทำให้เป็นความรักที่ไม่สมบูรณ์ คนเราควรจะมีความเข้าใจมากำกับ มันถึงจะเป็นความรักที่สมบูรณ์”

“เสมอต้นเสมอปลาย” และ “รู้จักคิดเพื่อคนอื่น” คือสิ่งที่ก้องสัมผัสได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รู้จักกับเก๋ เปิดใจแบบหมดเปลือกเลยว่านี่แหละคือเสน่ห์ของผู้หญิงแบบที่ผู้ชายเจ้าเสน่ห์อย่างเขายอม “หยุด” ตั้งแต่วันที่คบกันมาจนถึงวันนี้

“เราคบกันตั้งแต่ผมยังไม่มีอะไร ยังนั่งรถเมล์ มาจนถึงตอนนี้ที่จะซื้อรถกี่คันก็ได้ แต่เขาก็ยังเหมือนเดิม ไม่เคยอยากได้อะไรที่ฟุ้งเฟ้อ นานๆ ทีผมซื้ออะไรที่หรูหราให้เขาไป เขาก็จะมองว่ามันแพง สิ้นเปลือง ผมเลยมองว่าเขาไม่ได้ตื่นในความมี ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อ นอกนั้นผมยังประทับใจที่เขาคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เช่น เป็นคนประหยัดน้ำประหยัดไฟ ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แต่เขาคิดว่ามันเป็นของทุกคน เพราะมนุษย์ทุกคนใช้ทรัพยากรร่วมกัน โลกนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว เราไม่มีสิทธิ์เสพทุกอย่างเต็มที่ เราควรเสพให้พอเพียงแค่ตัวเรา

ไม่ใช่คิดว่าเรามีเงิน จะใช้อะไรก็ได้ และเขายังสอนผมให้เป็นคนประหยัด อดออม และไม่ฟุ้งเฟ้อด้วยซ้ำ ผมเลยประทับใจที่เขาเป็นคนแบบนี้แหละ (ยิ้ม) ผมโชคดีที่เจอคนที่เข้าใจในตัวผมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่ผมทำ นิสัยใจคอ หรือแม้แต่อารมณ์ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงของผม

ผมทำงานในวงการอยู่กับคนสวยๆ เยอะ เพราะนางเอกที่ผมแสดงหนังแสดงละครทุกคนล้วนแต่สวยระดับประเทศด้วยกันทั้งนั้น มีหลายคนมองว่าผมน่าจะได้คบกับคนในวงการเดียวกันมากกว่า แต่ผมกลับคิดว่า ถ้าเราเลือกใครเพราะความสวยคงไม่ใช่ เพราะความสวยมีวันหมดอายุ แต่ความสวยจากภายในจิตใจไม่มีวันหมดอายุ และเป็นความสวยที่ยั่งยืน แล้วถ้าเราเจอใครที่สวยจากข้างในและสามารถเป็นเพื่อนคู่คิดของเราได้ มีรสนิยมในการดำเนินชีวิตที่คล้ายๆ กัน เราต้องรีบเก็บไว้เลยเพราะหาไม่ได้ง่ายๆ ผมโชคดีที่มาเจอคนที่เข้าใจในตัวผมทุกด้าน

ถามว่าผมเคยหวั่นไหวบ้างไหมที่ทำงานอยู่กับผู้หญิงสวยๆ ถ้าตอบว่าไม่เคยก็คงจะเป็นการโกหก ประสบการณ์วอกแวกออกนอกลู่นอกทางของผมมีบ้าง แต่เป็นการขับรถตกข้างทางที่กว่าจะเอารถขึ้นมาขับบนทางปกติได้ก็เล่นเอาผมเหนื่อย เพราะตอนตกลงไปในดงกุหลาบ มันหอมและสวยแป๊บเดียว อย่าลืมว่าหนามกุหลาบมันแหลม เมื่อเราไปโดนเข้าก็ทำให้ถึงกับเลือดออกได้ ทางที่ดี อย่าไปหวั่นไหวหรือวอกแวกจะดีกว่า

มีครั้งหนึ่งผมต้องไปถ่ายละครพริกขี้หนูกับหมูแฮมที่อเมริกาเดือนกว่า ตอนนั้นเป็นการออกจากเมืองไทยที่นานที่สุดในชีวิต ในระหว่างที่ผมนั่งอยู่บนเครื่องบิน 22 ชั่วโมง ผมไม่หลับเลย เพราะกำลังครุ่นคิดด้วยความตื่นเต้นว่า นี่ผมจะไม่ได้อยู่ประเทศไทยอีกเป็นเดือน ผมต้องห่างกับแฟนผมนานขนาดนี้ และนี่เป็นครั้งแรกที่เราสองคนห่างกันนานที่สุดตั้งแต่คบกัน ผมรู้สึกใจหายและคิดถึงเขาขึ้นมาจับใจ และไหนจะคิดว่าไม่มีเขาตั้งเดือน ผมจะอยู่ยังไง จะรู้สึกยังไง จะเหงาไหม การห่างกับแฟนผมครั้งนั้นทำให้ผมทั้งคิดถึงและเห็นคุณค่าของเขาขึ้นมาจับใจทันที

ถ้าไม่ห่างกันครั้งนั้น ผมก็คงยังไม่รู้ตัวว่าการจากใครสักคนที่เรารักเป็นเวลานานๆ มันทำให้เราตระหนักได้ว่า การมีใครสักคนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จนเขาเป็นเหมือนอากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวัน ทำให้เราไม่เห็นความสำคัญของเขาเท่าที่ควร แต่เมื่อวันหนึ่งเราขาดอากาศที่เคยหายใจ เราก็ไม่สามารถอยู่ได้ เราถึงได้เรียกร้องหาให้กลับมา ใครสักคนที่เรารักก็มักจะเป็นอย่างนั้น เราไม่เคยขอบคุณที่เรามีเขาอยู่เคียงข้าง เหมือนเราไม่เคยขอบคุณอากาศที่ทำให้เราได้หายใจในทุกๆ วัน”

เครดิต Manager Online

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *