ประกันสังคม “อาชีพอิสระ” สมัครผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้รับเงินบุตรและเงินทดแทนรายได้

ทางสำนักงานประกันสังคมได้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับแรงงานภาคอิสระที่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือก 3 ทางเลือกใหม่ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย เพียงแค่ใช้บัตรประชาชนในการสมัครได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมได้จูงใจให้แรงงานภาคอิสระสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือก 3 (ทางเลือกใหม่) โดยผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเดือนละ 300 บาท

ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีนอนพักรักษาตัวในสถานพยาบาล วันละ 300 บาท กรณีไม่นอนพักรักษาตัวในสถานพยาบาล แต่มีใบรับรองแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้รับวันละ 200 บาท (สำหรับทางเลือกใหม่ กรณีนอนพักรักษาตัว กับไม่นอนพักรักษาตัว รวมกันไม่เกิน 90 วันต่อปี)

เงินบำเหน็จชราภาพเป็นเดือนละ 150 บาท และหากส่งเงินครบ 180 เดือน ให้เงินเพิ่มอีก 10,000 บาท อีกทั้งเงินสงเคราะห์บุตรคนละ 200 บาท คราวละไม่เกิน 2 คน ตั้งแต่แรกเกิด แต่ไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์

โดยเปิดโอกาสให้แรงงานภาคอิสระที่สนใจสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศที่สะดวก เพียงใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการสมัครขึ้นทะเบียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตนเองที่ www.sso.go.th ผู้สมัครจะต้องกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหลังบัตรประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้

ขอบคุณข้อมูล สนุกดอทคอม และ สำนักงานประกันสังคม

คุณตาวัย 91 ตัวคนเดียว เร่ขายลูกอมริมทาง หาเงินซื้อข้าว ประทังชีวิต

ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า Prapatsorn Sangchaiworakun ซึ่งผู้ใช้ Facebook รายนี้ได้มีการโพสต์ภาพของคุณตาท่านหนึ่งที่ใช้ชีวิตต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในแต่ละวันโดยมีการระบุข้อความไว้ว่า

”เจอลุงแกเดินมาขายลูกอม เลยอุดหนุนแกไป 1 ถุง 10 บาท แกนั่งพักตรงร้านก๋วยจั๊บเจ้ฮวย เลยถามว่าจะกินก๋วยจั๊บไหม แกบอกกินเลยสั่งมา 1 ชาม เจ้ฮวยกับเราก็จ่ายกันคนละครึ่ง เลยได้มีโอกาสคุยกับลุงแก เลยทราบว่า คุณตาสู้ชีวิตวัย 91 ปี เดินขายลูกอมอยู่รอบๆ ตลาดปักธงชัย ที่ตัวลุงได้ห้อยป้าเขียนว่า ลูกอม 10 บาท ช่วยซื้อ พอได้ซื้อข้าวกิน เดินขายไปเรื่อยๆไร้จุดหมาย”

โดยคุณลุงนั้นได้เป็นคนเล่าให้ฟังว่าเป็นคนอำเภอหนองกี่จังหวัดบุรีรัมย์โดยปัจจุบันนั้นอยู่ตัวคนเดียวเพราะว่าไม่มีภรรยาอยู่แล้วเงินที่เคยมีก็หมดไปกับการรักษาให้กับภรรยาของลุงจึงได้หลอกขายลูกอมเพื่อหาเงินมาซื้อข้าวกินด้วยในปัจจุบันคุณลุงได้เช่าห้องพักที่อยู่หลังโรงพยาบาลมหาราชวันละ 50 บาทและมีรายได้จากเบี้ยเลี้ยงคนชราเดือนละ 800 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ก็ได้มี Facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า ยุทธภูมิ รัตนพันธ์ ได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวนี้ว่า “ใครติดต่อลุงได้ ช่วยบอกให้มาทานข้าวได้นะครับที่ร้าน เช็คอิน โคราช ลุงขายลูกอมเสร็จแวะมาทานได้ครับทุกวัน ผมดูแลค่าใช้จ่ายให้เอง”

ผอ.น้ำตาคลอ หลังเข้าเยี่ยมบ้านลูกศิษย์ พบอยู่ในบ้านทรุดโทรม ใช้ชีวิตสุดรันทด

ผอ.โรงเรียนบ้านต้นกระบก ต.นายายอาม อ.นายายอาม ออกโครงการยี่ยมบ้านเด็กนักเรียน พบบ้านลูกศิษย์ ถึงกับอึ้ง น้ำตาคลอเลย เคยเห็นแต่ในข่าวทีวี ไม่คิดว่าจะมีแบบนี้ กับลูกศิษย์ตัวเอง สภาพบ้านของ เด็กชายยุทธการ อินทศร อายุ10ปี เรียนอยู่ชั้น ป.5 สภาพบ้านไม่เหมือนกับบ้าน ใช้ผ้าใบมาคลุม เป็นเพิงพัก เวลาฝนตกก็สาดจนไม่มีที่นอน ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีห้องครัว โดยอาศัยอยู่กับน้องชาย ชื่อเด็กชายยศวัฒ อินทศร อายุ6ปี เรียนอยู่ชั้น ป.1 พร้อมกับพ่อที่ป่วยหลายโรค จนทำงานไม่ได้ทั้งหมด 3 คนที่อาศัยบ้านหลังนี้อยู่ นางสาว สุกัญญา พูกสิ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกระบก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนที่ก่อนที่จะมีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ได้มีเด็กชาย ยุทธการ อินทศร นักเรียนชั้น ป.5ได้เข้ามาพบตนเพื่อมาขอแผ่นป้านไวนิลเก่าที่กองไว้ข้างโรงเรียน

เทคนิค เลี้ยงกุ้งยักษ์ในบ่อซีเมนต์แบบง่ายๆ ขายได้กิโลละ 1000

สำหรับใครที่กำลังมองหาอาชีพที่ทำได้ง่ายๆในพื้นที่จำกัด เราขอแนะนำอีกหนึ่งอาชีพสร้างเงินเป็น ก อ บ เ ป็ น กำ กับ เ ท ค นิ ค การเลี้ยงกุ้ง แม่น้ำตัวยักษ์ บนท่อซีเมนต์ ที่ทำยอดขายได้กิโลกรัมละ 800 ถึง 1500 มาให้ศึกษากัน ว่าทำยังไง ใช้อะไรบ้าง

โดยในหัวข้อนี้จะใช้ลูกกุ้งขนาด 5 ถึง 7 ซม จำนวน 200 ตัว

บ่อปูนขนาด 3 x 3 เมตร ลึก 60 ซม

เครื่องทำอ๊อกซิเจนแบบ 2 รู ราคาประมาณ 380-400 บาท

สายยางอากาศ

ยาว 6 เมตร แบ่งเป็นเส้นละ 50 เมตร 4 เส้น

ยาว 2 เมตร แบ่งเป็นเส้นละ 1 เมตร 2 เส้น

ตัวแยก 3 ทาง 2 อัน

หัวทราย 4 หัว

จากนั้นนำสายยางอากาศเส้นละ 1 เมตร ต่อเข้าเครื่องทำอ็อกซิเจนรูละเส้น แล้วใส่ตัวแยก 3 ทางข้างละเส้น หลังจากนั้นใส่สายยางอากาศเส้นละ เมตรครึ่ง ที่บริเวณปลาตัวแยกแต่ละปลาย สุดท้ายปลายสายยางก็ใส่หัวทราย ปลายละหัว ก็จะได้ชุดจ่ายอ๊อกซิเจนเรียบร้อย

อ า ห า ร อนุบาลกุ้ง

อาหารเม็ด หาซื้อได้ตามร้าน ข า ย อ า ห า ร สัตว์ทั่วไป บอกคนขายว่าอาหารสำหรับกุ้งลงเดิน

อาหารสด ไรแดง จะไม่ใช้ก็ได้

ผงแร่ธาตุ สำหรับช่วยให้กุ้งลอกคราบได้เร็ว มีขายตามร้านขายอาหารสัตว์

ท่อพีวีซี สำหรับให้กุ้งหลบซ่อนหรืออาศัย

แผ่นกระเบื้องหลังคา สำหรับให้กุ้งหลบอาศัย

ลูกกุ้งขนาด 5 ถึง 7 ซม ที่ต้องเลือกไซส์นี้ เพราะเป็นขนาดที่มีอัตราการรอดที่สูงกว่า

เกลือแกง ไม่ต้องเน้นยี่ห้อ เอามาเพื่อมากำจัดlชื้อในน้ำ

วิตามินสำหรับกุ้ง หาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์

เมื่อเตรียมสิ่งต่างๆสำหรับการเลี้ยงแล้ว ก็มาเริ่มจากการเติมน้ำลงบ่อปูนให้ได้ขนาดความลึก 50 ซม ใช้น้ำประปาก็ได้ หว่านเกลือให้ทั่วบ่อจนหมด 2 ถุง จากนั้นเปิดเครื่องอ๊อกซิเจนเพื่อเพิ่มอากาศในน้ำ ให้หัวทรายอยู่ตามมุมบ่อทั้งสี่มุม ทิ้งน้ำไว้ 36 ถึง 48 ชม ก่อนปล่อยกุ้ง ให้เรียงท่อ พีวีซี หรือกระเบื้องหลังคา ลงบ่อไว้ หลังจากเตรียมน้ำทิ้งไว้ครบ 48 ชม ก็ค่อยๆปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ และอย่าพึ่งให้ อ า ห า ร กุ้ง ควรให้กุ้งอดอาหาร 1 วัน พอถึงวันถัดมาก็เริ่มให้อาหารกุ้งวันละ 4 ช้อน ในช่วงเย็นหรือใกล้มืด และควรหว่านรอบบ่อ เมื่อปล่อยกุ้งลงน้ำครบ 7 วัน ให้หว่านแร่ธาตุสำหรับกุ้งลงบ่อ จำนวน 4 ช้อนโต๊ะ ทำแบบนี้ทุก 15 วันจะสังเกตเห็นว่าหลังจากให้แร่ธาตุไป กุ้งจะขึ้นมา บ อ ก ค ร า บ ไ ว้บนแผ่นกระเบื้องหลังคา ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่ากุ้งกำลังโต เมื่อให้อาหารกุ้งครบ 45 วัน ให้เปลี่ยน ข น า ด อา ห า ร สำหรับกุ้งขนาดกลาง และหลังจากนั้นไปอีก 45 วัน ก็ให้เปลี่ยนขนาดเป็นอาหารสำหรับกุ้งขนาดใหญ่ แล้วให้อาหารต่อไปอีก 60 วัน หรือเลี้ยงไปจนครบ 6 ถึง 7 เดือน

ข้อแนะนำ

ช่วงที่ให้อาหารกุ้งถ้ามีวิตามินหรืออาหารเสริม ก็ใส่คลุกไปกับอาหารกุ้งได้ เพราะจะช่วยให้กุ้งแข็งแรงโตเร็วขึ้น วิธีการเปลี่ยนน้ำ สำหรับใครที่ไม่เข้าใจในระบบน้ำวน ก็ต้องเปลี่ยนน้ำเองอาทิตย์ละครั้งหรือเมื่อเห็นว่าน้ำเริ่มขุ่นควรหว่านแร่ธาตุสำหรับกุ้งทุก 7 วันหรือทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำในบ่อน้ำต้องสะอาด อากาศดี อาหารอิ่ม จะช่วยให้กุ้งรอดและโตแน่นอน อย่าพยายามไปกวนไปส่องดู ผ ล ง า น บ่ อ ย เพราะกุ้งชอบความเป็นส่วนตัวมาก เดี๋ยวจะไม่กิน อ า ห า ร ทำให้โตช้า

4วันเกิด มีโอกาสรับโชคก้อนโต มีดวงในการเสี่ยงโชค ชีวิตเปลี่ยน เจอเรื่องที่ทำให้ชีวิตพลิกผัน

4วันเกิดถึงคราวโชคดี ฟ้าเปิด เตรียมตัวรับทรัพย์ก้อนโต หากคุณเป็นคนที่ชอบทำความดีมาอยู่เรื่อย ยิ่งเป็นช่วงที่ดีที่ผลของความดีที่คุณทำมาจะส่งผลให้ชีวิตเจอกับสิ่งที่ดีจนเกินคาด

อันดับที่ 4 คนเกิดวันพุธ

ดวงชะตาเป็นคนอาภัพเรื่องญาติพี่น้องไปขอความช่วยเหลืออะไรมักไม่ค่อยได้ แต่พอเริ่มมีเริ่มเก็บญาติมักชอบมาเบียดเบียนมายืมมาขอ ทั้งที่ตอนเราลำบาก บากหน้าไปหาไปขอความช่วยเหลือ ไปยืมกลับพูดจาเสียดสีแขวะเราอย่างไม่ใยดี อย่างกับไม่ใช่ญาติ ช่วงชีวิตจะสบายได้ต้องลำบาก 3 ครั้ง

และจงระวังให้หนักเพราะท่านดวงจากไม่เคยมี วันหนึ่งกลับมีขึ้นมามักจะใช้เงินไม่เป็นเหมือนที่เขาว่าสิบล้อถูกหวย ให้ระวังนิสัยเหลิงตัวเองให้ดี ตอนมีไม่รู้จักกเก็บจักออม มีกี่ล้านก็ไม่เหลือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 1 กุมภาเป็นต้นไป จนถึงเมษา คุณมีเกณฑ์ได้ลาภก้อนใหญ่ จากตัวเลขมีโอกาสได้รับรางวัลหลายแสนบาท

หากใช้เงินเป็นมีคนแนะนำเรื่องธุรกิจดีๆ ตั้งตัวได้เลย การเสี่ยงดวงจากสลากให้ซื้อกับคนขายเร่ชายหนุ่มผมหยักศกที่เร่ขายอยู่ตามป้ายรถเมล์ง จะถูกโฉลกกับดวงคุณ เปรียบเหมือนราชรถมาเกย มีเกณฑ์รับทรัพย์จากเลขเป็นหลักแสน อ่านแล้วดี แชร์เก็บไว้นะ เป็นกุศล เผื่อเพื่อนๆที่เกิดวันเดียวกับท่านราศีเดียวกับท่านจะได้อ่านไปด้วย ขอให้ท่านประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆในชีวิต โชคลาภมากมายด้วยเทอญ สาธุ

อันดับที่ 3 คนเกิดวันจันทร์

เกณฑ์ดวงชะตาคนเกิดวันนี้โดยมาก มักจะไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบพ่อแม่พี่น้องเหมือนครอบครัวอื่นๆสักเท่าไหร่ ทำให้ลึกๆ เหมือนขาดความอบอุ่นแต่ไม่รู้ตัวเอง พอโตมาเลยอยากสบาย เลยทำให้มีนิสัยทะเยอทะยานอยากมีกินมีใช้มากๆ อยากรวย ไม่อยากให้ใครมาดูถูก

วัยเด็กมักถูกเพื่อนบ้าน สบประมาท ดูถูกต่างๆ นาๆ มักถูกเพื่อนบ้านเอาไปเปรียบเทียบกับลูกตัวเอง แต่สิ่งนั้นช่วยผลักดันให้มีความมุมานะ เกิดพลังใจฮึดสู้จนสุดท้ายประสบความสำเร็จ คนเกิดวันนี้ต่อให้จะเป็นคนเรียนไม่สูงมาก แต่ปัญญากลับดีมากๆ ไหวพริบดี ฉลาดกว่าเจ้านายตัวเองที่ทำงานด้วยเสียอีก

แต่อยากเตือนว่า ความฉลาดของคุณอาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง หากไปเกินหน้าเกินตาเจ้านาย ไปรู้ดี อวดรู้เกินว่าเขา คนจะหมั่นใส้เอา ทำอะไรแต่พอดี ให้ระวังภัยประจบจากเครือญาติพี่น้องของตน จะทำเดือดร้อนใจ ช่วงเวลาตั้งแต่ 1 กุมภายาวไปจนถึงกลางเดือนเมษา มีเกณฑ์ได้ลาภก้อนใหญ่ จากตัวเลข และการร่วมลุ้นโชค จากการตัดฉลากส่งลุ้นรางวัล

มีเกณฑ์จะได้รางวัลเป็นบ้านหรือรถมูลค่าหลายแสนบาท หากนำรางวัลที่ได้ไปขาย ก็จะเอาเงินตั้งตัวได้เลย การเสี่ยงดวงจากสลากให้ซื้อกับหญิงพิการขาวเตี้ยที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้าจะถูกโฉลกกับดวงคุณ เพราะห้างเป็นสถานที่ที่มีผู้คนจับจ่ายใช้เงินเยอะต่อวันเป็นแสนเป็นล้าน

มีเกณฑ์รับทรัพย์จากเลขเป็นหลักแสน อ่านแล้วดี แชร์เก็บไว้นะ เป็นกุศล เผื่อเพื่อนๆที่เกิดวันเดียวกับท่านราศีเดียวกับท่านจะได้อ่านไปด้วย ขอให้ท่านประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆในชีวิต โชคลาภมากมายด้วยเทอญ สาธุ

อันดับที่ 2 คนเกิดวันศุกร์

ดวงชะตาคนเกิดวันนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ได้ เพราะดวงท่านขึ้นอยู่กับปากเลย ปากท่านสามารถพาท่านรวยและปากท่านก็สามารถพาท่านจนได้เลยเหมือนกัน ด้วยนิสัยเป็นคนตรงๆ ซื่อๆ ไม่ได้คิดอะไร พอไปคุยเจรจากับใครเขาก็มักพูดตรงๆพูดความจริง ซึ่งความจริงที่เอ่ยออกไปนั้น คนที่ฟังอาจรับไม่ได้ ไม่พอใจ เอาได้

ยิ่งถ้าคนที่เราคุยด้วยเป็นเจ้านาย เป็นหัวหน้า ที่ให้คุณให้โทษในเรื่องหน้าที่การเงิน เรื่องเงินดาวน์เงินเดือน ท่านจะลำบากเอาได้ ฉะนั้นระวังคำพูดตัวเองให้มาก คนเกิดวันนี้ส่วนมากจะรูปร่างหน้าตาดี แต่อาภัพ จะรวยจะสบายต้องย้ายที่อยู่ เพราะอยู่บ้านเกิดที่เดียวจะเจริญยาก ต้องไปๆ มาๆ กับอีกที่ ชีวิตถึงจะเจริญ

ชะตามักดลให้พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา เจ้าชู้ระวังเรื่องไปผิดผัวผิดเมียคนอื่น ช่วงเวลาตั้งแต่ 1 กุมภาเป็นต้นไป จนถึงปลายเดือนพฤษภา มีเกณฑ์ได้ลาภก้อนใหญ่ จากตัวเลข และการร่วมลุ้นโชค จากการตัดฉลากส่งลุ้นรางวัล มีเกณฑ์จะได้รางวัลเป็นบ้านหรือรถมูลค่าหลายล้านบาท

หากนำรางวัลที่ได้ไปขาย ก็จะเอาไปปลดหนี้ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ซื้อรถ และเอาเงินตั้งตัวทำธุรกิจเล็กๆได้เลย การเสี่ยงดวงจากสลากให้ซื้อกับสาวแรกรุ่นที่มาช่วยแม่ขายตามตลาดสดตลาดกับข้าวเช้า เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนตื่นมาด้วยใจเบิกบานมาซื้อของกินไปรับประทานกันอิ่มท้องสบายใจ

จะถูกโฉลกกับดวงคุณมากๆ มีเกณฑ์รับทรัพย์จากเลขเป็นหลักล้านบาท อ่านแล้วดี แชร์เก็บไว้นะ เป็นกุศล เผื่อเพื่อนๆที่เกิดวันเดียวกับท่านราศีเดียวกับท่านจะได้อ่านไปด้วย ขอให้ท่านประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต โชคลาภมากมายด้วยเทอญ สาธุ

อันดับที่ 1 คนเกิดวันเสาร์

ดวงชะตามักจะพาลพบคนไม่ดีซะมาก พรรคพวกเพื่อนฝูงไม่ดีจะเยอะกว่าที่ดี ให้ระวังเรื่องการคบกันให้มาก โบราณท่านว่าคบคนพาลคนพาลพาไปหาผิด แยกให้ออกระหว่างเพื่อนกับงาน ไม่งั้นชะตาชีวิตท่านเจริญยาก รวยยากบอกเลย เพราะดวงท่านโดยปกติหากพบพาลเพื่อนดีๆ จะหนุนจะดึงกันไปทำมาหากินที่ดีๆ อยู่แล้ว

อย่าคบเพื่อนที่ชวนกันไปทำผิดทำชั่วติดเหล่า ยา ปลาปิ้ง ผู้หญิงเด็ดขาด และการพนันอย่าไปยุ่ง ลึกๆ ท่านเป็นคนจิตใจดี ไม่ค่อยมีพิษมีภับกับใคร จริงใจกับเพื่อนฝูง ชะตาชีวิตจะรวยได้ ต้องผ่านความลำบากหลายครั้ง เป็นบททดสอบ

สุขภาพระวังเรื่องการกินและน้ำหนักไว้หน่อย อาจทำให้ป่วยไม่สบายได้ ช่วงเวลาตั้งแต่ 1 กุมภาจนถึงสงกรานต์ มีเกณฑ์ได้ลาภก้อนใหญ่ จากตัวเลข มีเกณฑ์จะได้รางวัลเป็นบ้านหรือรถมูลค่าหลายสิบล้านบาท หากนำรางวัลที่ได้ไปขาย ก็จะเอาไปปลดหนี้ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ซื้อรถ และเอาเงินตั้งตัวทำธุรกิจเล็กๆ ได้เลย

การเสี่ยงดวงจากสลากให้ซื้อกับหญิงแก่ผิวดำแดงตามร้านอาหารโต้รุ่งเพราะเป็นสถานที่ที่ผู้คนเลิกงานดึกๆ มาซื้อของกินไปรับประทานกันอิ่มท้องสบายใจ จะถูกโฉลกกับดวงคุณมากๆ มีเกณฑ์รับทรัพย์จากเลขเป็นหลายล้านบาท อ่านแล้วดี แชร์เก็บไว้นะ เป็นกุศล

เผื่อเพื่อนๆ ที่เกิดวันเดียวกับท่านราศีเดียวกับท่านจะได้อ่านไปด้วย ขอให้ท่านประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆในชีวิต โชคลาภมากมายด้วยเทอญ สาธุ

เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
หมั่นทำบุญรักษาความดีนี้เอาไว้ถึงแม้ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่เจออะไรที่ดีแต่พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันของเรา

เด็กชาย วัย 12 ไม่มี “พ่อ เเม่” ไม่เคยท้อ “แฟรงค์” สอนน้องๆให้ทำมาหากิน

“แฟรงค์” เด็กชาย วัย 12 ไม่มีแม้แต่ พ่อ-เเม่ แต่รู้จักสอนน้องๆทำมาหากิน ที่ต้องบอกเลยว่าเก่งจริงๆ

แฟรงค์ ไม่มีพ่อแม่ แม่ทิ้งเขาและน้องๆ ไปตั้งแต่แฟรงค์ยังจำความไม่ได้ ส่วนพ่อต้องโทษมาหลายปีแล้ว แฟรงค์มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกันอีกสองคนคือฟิล์ม 10 ขวบและเฟิร์ส 8 ขวบ

ทั้งสามคนอาศัยอยู่กับยายพรวัย 70 ปี ซึ่งเป็นญาติของยายแท้ๆ ของแฟรงค์ รวมถึงยังมีตาช่วงวัย 77 ปี พี่ชายของยายพรอาศัยอยู่ด้วยกัน บ้านที่อยู่เป็นเพียงเพิงไม้หลังเล็กๆ ไม่มีประตู ไม่มีความปลอดภัย หลานทั้งสามติดตามยายพรไปทุกที่ ช่วงมีงานรับจ้างก็จะออกไปช่วยทุกครั้ง ปัจจุบันยายพรเริ่มสุขภาพไม่ดี

แฟรงค์อายุ 12 ปี เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้กับครอบครัว โดยจะเป็นคนออกไปหางานรับจ้างตามไร่มาทำ ถ้ารับแบบเหมาทำโดยมีน้องชายและยายพรช่วยด้วยจะได้เงินวันละ 500 บาท แต่ถ้ารับงานคนเดียวจะได้ค่าแรง 300 บาทต่อวันและน้องๆจะได้คนละ 50 บาท ถ้าไปรับจ้างเก็บพริกจะได้กิโลกรัมละ 1 บาท

นอกจากเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองแล้วยังมีเบี้ยยังชีพคนชรา รวมทั้งการช่วยเหลือเบื้องต้นจากกรมพัฒนาสังคมจังหวัดพิษณุโลกเดือนละ 2,000 บาท แต่ก็ยังไม่เพียงเลี้ยงพอปากท้องของทุกคน

แฟรงค์มีน้องชายอีกสองคน คือ ฟิล์ม 10 ขวบ และ เฟิร์ส 8 ขวบ ทั้งสามไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เพราะแม่ทิ้งไป ส่วนพ่อต้องโทษ จึงต้องมาอาศัยอยู่กับยายพรวัย 70 ปี ญาติของยายแท้ๆ ของแฟรงค์ แฟรงค์วัย 12 ปีต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้กับครอบครัว

โดยจะเป็นคนออกไปหางานรับจ้างตามไร่มาทำ ส่วนใหญ่จะรับงานมาแบบเหมาทำ โดยมีน้องชายและยายพรช่วยกันทำได้วันละ 500 บาท แต่ถ้ารับงานคนเดียวจะได้ค่าแรง 300 บาทต่อวัน

แฟรงค์สอนน้องๆให้รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองและเป็นแบบอย่างในการสู้งาน แม้จะไม่ได้มีพ่อแม่ แต่แฟรงค์รักดี พยายามทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัวและตั้งใจเรียนเพื่ออนาคต

เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำงาน และแกร่งตั้งแต่เด็กจริงๆ ค่ะ เชื่อว่าในอนาคต เขาจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีอย่างแน่นอนค่ะ

สูตรน้ำขี้เถ้าถ่าน ช่วยไล่ศัตรูพืชทุกชนิด ปลอดภัยไร้สารเคมี

อยากไล่ศัตรูพืชในสวนให้เกลี้ยง แต่ก็กังวลถ้าใช้สารเคมีก็กลัวว่าจะเป็นอันตราต่อร่างกายทั้งผู้ปลูกเองและผู้บริโภค วันนี้จึงขอนำเสนอสูตรกำจัดศัตรูพืช จากยูทูปชาแนลช่องเลดี้ บ้านนา ซึ่งสูตรนี้ปลอดภัย100% เนื่องจากใช้ส่วนผสมที่หาได้ง่ายๆและราคาย่อมเยาอีกด้วยค่ะ

ขี้เถ้าถ่านดีต่อพืชอย่างไร?

ในขี้เถ้าถ่านอุดมไปด้วย สารซิลิก้า(silica) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้พืชแข็งแรงและช่วยป้องกันพืชจากการรุกรานของศัตรูพืชทั้งหลาย

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.ขี้เถ้าถ่าน 1 ถ้วย

2.น้ำสะอาด 3 ลิตร

3.กระป๋องสำหรับผสม

4.ไม้สำหรับคนส่วนผสม

5.ตาข่ายสำหรับกรอง

6.ขวดพลาสติก

ขั้นตอนการทำ

1.นำขี้เถ้าถ่านใส่ลงในกระป๋องผสม จากนั้นเทน้ำสะอาดตามลงไป

2.นำไม้มาคนส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากันได้ดี

3.เมื่อคนไปได้สักพักจะสังเกตุว่าเริ่มมีเศษขี้ถ่านที่ไม่ละลายลอยขึ้นมาให้เราทำการตักเศษนั้นออกให้เกลี้ยง

4.จากนั้นทำการตั้งกระป๋องน้ำขี้เถ้าทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้เศษขี้เถ้าตกตะกอนเหลือเพียงน้ำใสๆ

5.เมื่อผ่านไป 1 คืน จะพบว่าน้ำขี้เถ้ามีความใสขึ้นเนื่องจากขี้เถ้าได้ตกตะกอนนอนก้นหมดแล้ว เมื่อสัมผัสกับน้ำดูจะพบว่าน้ำมีความลื่นเนื่องจากอุดมไปด้วยสารซิลิกาที่ดีต่อพืช

6.ทำการกรองน้ำขี้เถ้าอีกรอบโดยการใช้ตาข่ายในการกรองแล้วตักน้ำขี้เถ้าที่ตกตะกอนแล้วค่อยๆกรองจนไม่มีเศษถ่าน

8.เมื่อกรองน้ำใสดีแล้วให้นำน้ำขี้เถ้าที่ผ่านการกรองแล้วใส่ลงในขวดพลาสติก แล้วนำไปใช้ได้เลย

อัตราส่วนและวิธีการใช้

ก่อนใช้ให้ผสม น้ำขี้เถ้าถ่าน 250 ซีซี ต่อ น้ำ 10 ลิตร นำไปใช้ฉีดพ่นได้ทุกส่วนของพืชได้เลย โดยระยะเวลาการฉีด 5-7 วัน/ครั้ง

ขอบคุณข้อมูล : ยูทูปชาแนลช่องเลดี้ บ้านนา

มนุษย์เงินเดือนไม่ต้องลาออกจากงานประจำก็ทำเกษตรได้ แปลงผักข้างบ้าน

เกริ่นก่อน ผมและภรรยา ต่างก็เป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานเก็บเงินได้ก้อนนึงภรรยาผมก็ลาออกมาทำร้านอาหารช่วงแรกก็ดีครับมีเงินเก็บ ผมก็กู้ซื้อบ้านเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ได้บ้านมาก็ไม่ได้อยู่ครับส่วนใหญ่กินนอนที่ร้านอาหารมีห้องนอน และผมเห็นว่ากิจการกำลังไปได้ดีผมก็เลยลาออกมาช่วยภรรยา ต่อมากิจการเริ่มไม่ค่อยดีรายได้ลดลงเรื่อยๆจนเริ่มไม่ค่อยไหวเพราะต้องผ่อนบ้านและจ่ายค่าเช่าร้าน มีการกู้เงินมาพยุงร้านสักพักก็เริ่มรู้สึกไม่ไหวเลยคุยกันตกลงว่าจะปล่อยร้านและกลับมาอยู่บ้านที่ซื้อไว้ สรุปแล้วผมเป็นหนี้เป็นล้านแล้ว

ช่วงที่ร้านกำลังไม่ไหวผมก็ไปสมัครงานก็ได้งานเงินเดือนหนึ่งหมื่นก็ทำครับและพอปล่อยร้านไปแล้วภรรยาผมก็ไปสมัครงานได้เป็นครูอัตราจ้างโรงเรียนรัฐบาลซึ่งเงินเดือนรวมกันมันก็พออยู่ได้แต่มันต้องประหยัดมากเพราะต้องจ่ายหนี้ด้วย จนผมคิดว่าต้องหาอาชีพเสริมทำเพื่อให้มีเงินเพิ่มขึ้นมาบ้าง ซึ่งอาชีพเสริมของผมคือการทำผักสลัดไฮโดร งานนี้ผมเริ่มจากศูนย์เลย คือไม่มีความรู้อะไรเลย(ก่อนหน้านี้เคยปลูกเพื่อเอาผักไปใช้ที่ร้าน แล้วก็เลิกไปเพราะผักไม่สวย) บ้านที่ผมซื้อเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ เป็นบ้านหลังริมซึ่งมีพื้นที่นิดหน่อยก็เลยจัดการทำในพื้นที่ข้างบ้าน

อันนี้คือโต๊ะปลูกแรกที่ทำจริงจัง(มีก่อนหน้านี้ไม่อยากให้ดู อายจริงๆ) ทุกอย่างผมลงมือทำเองทุกขั้นตอนไม่จ้างช่างนะครับโต๊ะแรกลงทุนไประมาณ3000 บาทได้ใช้ของเก่าจากที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ด้วย

หลังจากโต๊ะแรกประสบความสำเร็จปลูกขึ้นมาและขายได้ ปลูกประมาณ2-3รอบก็คืนทุนทั้งหมดที่ลงไปแล้ว รู้สึกว่ามันไปได้และความต้องการของลูกค้ายังสูงกว่าการปลูกที่ผมทำได้ ผมเลยเพิ่มโต๊ะที่2

ผมทำเองทุกอย่าง ไม่จ้างช่างครับ ความรู้การทำงานช่างมีอยู่มากมายในอินเตอร์เน็ตให้เราเรียนรู้ เราต้องรู้จักเรียนรู้เอาเองครับครับ ผมจะไม่เจาะลึกรายละเอียดตรงนี้

วาดแบบ ทำโครงขึ้นมาเอง ออกแบบเอง ทำเองทุกอย่าง ระหว่างทำก็ค่อยๆเรียนรู้ไป

เมื่อเข้าฤดูฝนถ้าฝนแรงลมแรง อาจทำให้ผักเสียหาย เลยต้องทำหลังคา อันนี้หลังคาโรงเรือนอันแรก ใช้ท่อ PVC ทำโครงแบบง่ายๆ ครับ

คือบ้านผมพื้นที่น้อย การที่จะปลูกที่เดียวแล้วรอจนมันขายได้มันใช้เวลานานเกินไป ไม่ทันขายผมเลยต้องแบ่งช่วงอายุผัก มีช่วงเพาะและช่วงอนุบาล

และแล้วหลังคาโรงเรือนที่ทำจากท่อ PVC ก็ทนลมฝนไม่ไหว พังลงมาผักก็เสียหายเลยต้องทำโครงหลังคาจากเหล็ก ( ประสบการและการลองผิดลองถูก จะทำให้เราได้เรียนรู้ และ พัฒนาไปข้างหน้า )

เดือนนึงก็มีรายได้เพิ่มมาประมาณ 3-4พันบาท แต่รู้สึกว่าอยากให้มีผักขายได้ทุกสัปดาห์ก็เลยเพิ่มโต๊ะอนุบาลและโต๊ะปลูกอีก พื้นที่ข้างบ้านจึงมีโต๊ะปลูกจริง3โต๊ะและโต๊ะอนุบาล1โต๊ะ ส่วนขั้นอนุบาลก่อนต้นอ่อน ผมเอาไว้หลังบ้าน

ตอนนี้ผมก็มีผักขายทุกสัปดาห์ รายได้จากอาชีพเสริมสามารถจ่ายค่าบ้านได้เลย ปลูกมาแล้วขายใคร ขายยังไง ต้องมีคนสงสัยแน่ๆ ครั้งแรกที่ขายคือได้ผักมาก็เอามาแปรรูปครับ ช่วงแรกทำเป็นสลัดผักต่างๆขายครับ หลักๆขายในกลุ่มเฟส และ ไลน์ เน้นทำการตลาดในออนไลน์

ผักเริ่มเยอะขึ้น ก็ขยายตลาด ลองเอาไปลงขายตลาดนัดดู เออมันก็ขายได้และกำไลดี ขายทั้งแบบเป็นต้นและแบบตัดใบ (ตัดใบเพราะต้นไม่สวยเลยเอามาตัดใบ)

ต่อมาสลัดโรลมาก็เลยทำขาย ก็มีออเดอร์ใหญ่เข้ามาบ้าง เคยทำสูงสุด 200กล่อง ปกติก็มีทำทุกวันวันนึงก็15-30กล่องแล้วแต่ออเดอร์

ขายไปเรื่อยๆมีช่องทางไหนขายได้ก็ขายโฆษณาได้ก็โฆษณา ผมเฟสบุ๊คเป็นพื้นที่โฆษณามาตั้งแต่แรกๆที่ทำ กลุ่มไหนไม่ผิดกฏก็โฆษณาไป หลังๆก็จะมีลูกค้าที่ซื้อผักเป็นกิโลเข้ามาเรื่อยๆ ผักผมก็ขายกิโลละ100 ไม่ลดไม่เพิ่มตามฤดู 100บาทผมอยู่ได้

ตอนนี้มีโต๊ะปลูกเพิ่มหน้าบ้าน และยังเหลือพื้นที่หลังบ้านอีกนิดหน่อยกำลังจะเพิ่ม เพราะมีลูกค้าเพิ่มตอนนี้คือไม่พอขายจริงๆ ตอนนี้มีรายได้จากอาชีพเสริมนี้เยอะพอสมควร และทั้งหมดทั้งมวลผมใช้เวลาประมาณ 4 ปีตั้งแต่เริ่มต้นค่อยๆทำค่อยๆเพิ่ม หาตลาดหาลูกค้าได้แล้วผมค่อยเพิ่ม ตอนนี้หนี้ที่มีหมดมั้ย ตอบเลยยังไม่หมดครับ ก็ผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆ หนี้ทั้งหมดที่มีเป็นหนี้ในระบบครับ ผมไม่มีความคิดที่จะกู้นอกระบบและผมไม่ใช้บัตรเครดิตครับ บริหารจัดการเงินดีๆก็ไปได้

ปลูกที่ว่ายาก ทำการตลาดยากกว่า การบริหารจัดการยากสุด หากคนที่อ่านเรื่องราวของผมกำลังรู้สึกท้อแท้ อยากให้สู้ครับ ค่อยๆคิดค่อยๆทำ ดูผมเป็นแนวทาง ผมก็สู้และ ลองผิดลองถูกอยู่นาน กว่าจะได้ช่องทางที่มั่นคง

Cr. ข้อมูลจาก : เรียบเรียงโดย kaijeaw , สมาชิกพันทิพ เค้าไม่ให้ใช้ Thepop22

“กรมการจัดหางาน” เปิดรับสมัครแรงงานไทยทำงานมาเก๊า รายได้ 50,000 ต่อเดือน ใครสนใจเตรียมตัวเลย

วันนี้เรามีข่าวดี มาฝาก!! สำหรับใครที่มีความฝันอยากทำงานต่างประเทศ และกำลังมองหางานต่างประเทศ รายได้ดี เตรียมตัวให้พร้อมเลย

ล่าสุดกรมการจัดหางาน รับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานกับบริษัท Sands China Limited มาเก๊า ซึ่งบริษัทดังกล่าวนั้น ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและคาสิโน จำนวน 75 อัตรา รายได้กว่า 48,000 บาทต่อเดือน รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 16 ม.ค.62

นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครพนักงานเพื่อไปทำงานที่มาเก๊ากับบริษัท Sands China Limited ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและคาสิโน จำนวน 5 ตำแหน่ง จำนวน 75 อัตรา ดังนี้

1. Sever/Bartender (พนักงานเสิร์ฟ/(บาร์เทนเดอร์) จำนวน 40 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 11,500 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 46,537 บาท

2. Receptionist (พนักงานต้อนรับ) จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 12,000 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 48,560 บาท คุณสมบัติ มีอายุระหว่าง 21-35 ปี

3. Housekeeping Attendant (พนักงานทำความสะอาดห้องพัก) จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 11,000 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 44,513 บาท

4. Public Area Attendant (พนักงานทำความสะอาดพื้นที่ทั่วไป) จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 10,700 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 43,300 บาท

5. Spa Therapist (พนักงานนวดสปา) จำนวน 5 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 12,000 เหรียญมาเก๊า (MOP) หรือประมาณ 48,560 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2561) คุณสมบัติ มีอายุระหว่าง 21-35 ปี จบการศึกษาอนุปริญญาขึ้นไป ความสามารถภาษาอังกฤษระดับดี สามารถสื่อสารภาษาจีนกลางได้ หากมีความรู้ภาษาอื่นๆ จะพิจารณาเป็นพิเศษ

และสำหรับตำแหน่งพนักงานนวดสปา คุณสมบัติ มีอายุระหว่าง 21-40 ปี มีประกาศนียบัตรหลักสูตรเกี่ยวกับการนวดมากกว่า 300 ชั่วโมงขึ้นไป และสามารถนวดสปาโดยใช้เทคนิคต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น Swedish massage, Body Scrub/Wax, Face/head/Foot massage เป็นต้น และมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ SPA Software System จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

โดย นายจ้างรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินจากประเทศไทยไปยังมาเก๊าเพื่อรายงานตัวไปทำงาน และทำงาน 6 วัน ต่อสัปดาห์ วันละ 8 ชั่วโมง และมาเก๊ามายังประเทศไทยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง พร้อมจัดหาที่พักชั่วคราวและจัดอาหารให้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งสวัสดิการอื่นๆ ตามกฎหมายแรงงานมาเก๊า

นางเพชรรัตน์กล่าว “การรับสมัครในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยรัฐจัดส่ง โดยจะคัดเลือกด้วยการสอบสัมภาษณ์ นายจ้างจะเดินทางมาสัมภาษณ์ด้วยตนเองหรือสัมภาษณ์แบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Skype คนหางานไม่ต้องเสียค่าสมัครหรือบริการใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ไปทำงานจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ได้แก่ ค่ารูปถ่าย ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) ค่าตรวจสุขภาพ ค่าตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ค่าสมาชิกกองทุนช่วยเหลือคนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศ รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 7,000 บาท ดังนั้นจึงอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ไปทำงานได้ เพราะอาจถูกหลอกเสียเงินฟรี”

ผู้สนใจยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน อาคารสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ชั้น 10 ภายในบริเวณกระทรวงแรงงาน ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ หรือทาง

โดยสแกนส่งเป็นเอกสารสี ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 16 มกราคม 2562 สอบถามได้ที่ โทร.0-2245-1034 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

แหล่งที่มา: กรมการจัดหางาน

มุมมองความรัก “เขาเป็นเหมือนอากาศที่เราขาดไม่ได้” รักอบอุ่น ของผู้ชายที่ชื่อก้อง สหรัถ

ท่ามกลางข่าวรักๆ เลิกๆ ของคนในวงการ แต่งงานไม่ทันไรก็แยกทางร้างลา ความรักของ “ผู้ชายอบอุ่น” ศิลปินมาดสุขุมนายนี้กลับเดินสวนทาง แทบไม่มีข่าวใดๆ เล็ดลอดออกมาตลอด 20 กว่าปีบนเส้นทางสายดนตรี จะมีก็เพียงข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ว่าคบหาดูใจสาวนอกวงการเป็นเวลานานแล้ว

กระทั่งภาพใบหน้าของเธอหลุดออกมาจากทริปเที่ยวญี่ปุ่นร่วมกับครอบครัวฝ่ายชาย จนกลายเป็นกระแสแชร์สนั่นจากสาวๆ ที่หัวใจสลายแต่ก็อดยิ้มตามไม่ได้ เมื่อได้เห็นความเป็นสุภาพบุรุษอีกครั้งหนึ่งจากผู้ชายคนนี้ ที่ออกมายิ้มรับพร้อมเปิดใจอธิบายคำว่า “แฟน” ผ่านมุมมองของคนโลกส่วนตัวสูงแบบไม่จำเป็นต้องปิดบัง

“รัก Low Profile” คบกันได้ ความรักสมบูรณ์

“คนนี้คบหากันมา 20 ปีกว่าๆ แล้วครับ มองอนาคตยังไงเหรอ (หัวเราะแก้เขิน) มันเลยมาทุกอย่างแล้ว เพราะ 20 ปีแล้ว ตอนนี้ก็เป็นคู่คิด เป็นแฟน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคู่ปรึกษา เป็นคู่อริ (ยิ้มนิดๆ) โอ๊ย… เป็นทุกอย่าง มันเลยมาทุกอย่างแล้ว เลยตอนแต่งงาน เลยตอน 7 ปีจะเลิก-ไม่เลิก เลยมาหมดแล้วจริงๆ”

ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ศิลปินหนุ่มมาดนุ่มพูดถึงคนรักด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ท่าทีสบายๆ บอกชัดเจนเลยว่าภาพทริปท่องเที่ยวครั้งล่าสุดที่หลายๆ คนเรียกติดปากว่า “ภาพหลุด” นั้น ถ้ามองในมุมมองของเขา มันไม่น่าจะถูกเรียกแบบนั้นเสียด้วยซ้ำ เพราะถึงแม้ก้องจะไม่ค่อยพูดถึงรายละเอียดเรื่องความรักมากนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะพยายามปิดบังอะไร พอๆ กับที่ไม่ได้พยายามจะเปิดตัวแฟนสาวอย่างเป็นทางการให้ใครต่อใครได้รับรู้เช่นกัน

“มันไม่ใช่ทริปเปิดตัวแฟนหรอกครับ (หัวเราะเบาๆ) ก็ไปเที่ยวด้วยกัน ผมไม่ได้เปิด แต่ก็ไม่เคยปิดบังนะ ใครๆ ก็เห็นกันอยู่ประจำๆ นะ ก็ไม่น่าจะฮือฮาอะไร คงเป็นเพราะเขาตัดผมใหม่ด้วยแหละครับ เพราะเมื่อก่อนไว้ผมยาว ตอนนี้ตัดผมสั้นก็เลยอาจจะดูแปลกหน้าแปลกตาไป แต่เขาจะไว้ทรงอะไรก็ตามใจเขาครับ เราก็ชอบทุกทรง (ยิ้ม)”

ทริป 7 วันท่องแดนซากุระครั้งที่ผ่านมา คือทริปที่ก้องตั้งใจจัดขึ้นมาเพื่อพาคุณแม่ไปผ่อนคลาย โดยมีคุณเก๋ (แฟนสาว), คุณแม่, น้องชาย และเพื่อนผู้เชี่ยวชาญเส้นทางสายญี่ปุ่นอีกหนึ่งคนเป็นสมาชิกร่วมทริป จากปกติแล้ว เก๋และก้องมักจะมีทริปปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ด้วยกันเรื่อยๆ อยู่แล้วถ้าเวลาว่างตรงกัน บอกเลยว่านี่แหละคือคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ “คู่เซอร์” คู่นี้อยู่ด้วยกันยืดมาจนถึงทุกวันนี้

“ถ้ามีเวลาว่าง เราก็จะไปเที่ยวอุทยาน กางเต็นท์นอน เที่ยวป่าเที่ยวเขา เขาเป็นสไตล์เดียวกับผมที่ไม่ใช่เด็กหรู หรือต้องพักโรงแรม 5 ดาวตลอด เราเลยไปด้วยกันได้ นอกนั้นเรายังมีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เวลาผมไปปั่นจักรยาน เขาก็จะไปปั่นกับผมด้วย เชื่อไหมว่าเขาขี่หนักกว่าผม ขี่ไกลกว่าผมอีก ขนาดปั่นเป็น 100 กม. เขายังไม่เหนื่อยเลย (พูดไปยิ้มไป)

เขาก็เป็นคนสบายๆ ง่ายๆ น่ะครับ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ผมก็เป็นคนค่อนข้างเรียบง่าย เพราะถ้าเยอะเกินไปก็ลำบาก เป็นคน Low Profile ด้วยกันทั้งคู่มันก็จะโอเค และเขาก็เข้าใจว่าช่วงไหนเรางานหนักหรืองานน้อย ผมว่าความเข้าใจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลย ความรักเป็นจุดเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นจะกลายเป็นความเข้าใจ ผมเชื่อว่าความรักที่ดีต้องมีความเข้าใจมาควบคู่เสมอ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันว่าฉันรักเธอ มันทำให้เป็นความรักที่ไม่สมบูรณ์ คนเราควรจะมีความเข้าใจมากำกับ มันถึงจะเป็นความรักที่สมบูรณ์”

“เสมอต้นเสมอปลาย” และ “รู้จักคิดเพื่อคนอื่น” คือสิ่งที่ก้องสัมผัสได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รู้จักกับเก๋ เปิดใจแบบหมดเปลือกเลยว่านี่แหละคือเสน่ห์ของผู้หญิงแบบที่ผู้ชายเจ้าเสน่ห์อย่างเขายอม “หยุด” ตั้งแต่วันที่คบกันมาจนถึงวันนี้

“เราคบกันตั้งแต่ผมยังไม่มีอะไร ยังนั่งรถเมล์ มาจนถึงตอนนี้ที่จะซื้อรถกี่คันก็ได้ แต่เขาก็ยังเหมือนเดิม ไม่เคยอยากได้อะไรที่ฟุ้งเฟ้อ นานๆ ทีผมซื้ออะไรที่หรูหราให้เขาไป เขาก็จะมองว่ามันแพง สิ้นเปลือง ผมเลยมองว่าเขาไม่ได้ตื่นในความมี ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อ นอกนั้นผมยังประทับใจที่เขาคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เช่น เป็นคนประหยัดน้ำประหยัดไฟ ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แต่เขาคิดว่ามันเป็นของทุกคน เพราะมนุษย์ทุกคนใช้ทรัพยากรร่วมกัน โลกนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว เราไม่มีสิทธิ์เสพทุกอย่างเต็มที่ เราควรเสพให้พอเพียงแค่ตัวเรา

ไม่ใช่คิดว่าเรามีเงิน จะใช้อะไรก็ได้ และเขายังสอนผมให้เป็นคนประหยัด อดออม และไม่ฟุ้งเฟ้อด้วยซ้ำ ผมเลยประทับใจที่เขาเป็นคนแบบนี้แหละ (ยิ้ม) ผมโชคดีที่เจอคนที่เข้าใจในตัวผมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่ผมทำ นิสัยใจคอ หรือแม้แต่อารมณ์ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงของผม

ผมทำงานในวงการอยู่กับคนสวยๆ เยอะ เพราะนางเอกที่ผมแสดงหนังแสดงละครทุกคนล้วนแต่สวยระดับประเทศด้วยกันทั้งนั้น มีหลายคนมองว่าผมน่าจะได้คบกับคนในวงการเดียวกันมากกว่า แต่ผมกลับคิดว่า ถ้าเราเลือกใครเพราะความสวยคงไม่ใช่ เพราะความสวยมีวันหมดอายุ แต่ความสวยจากภายในจิตใจไม่มีวันหมดอายุ และเป็นความสวยที่ยั่งยืน แล้วถ้าเราเจอใครที่สวยจากข้างในและสามารถเป็นเพื่อนคู่คิดของเราได้ มีรสนิยมในการดำเนินชีวิตที่คล้ายๆ กัน เราต้องรีบเก็บไว้เลยเพราะหาไม่ได้ง่ายๆ ผมโชคดีที่มาเจอคนที่เข้าใจในตัวผมทุกด้าน

ถามว่าผมเคยหวั่นไหวบ้างไหมที่ทำงานอยู่กับผู้หญิงสวยๆ ถ้าตอบว่าไม่เคยก็คงจะเป็นการโกหก ประสบการณ์วอกแวกออกนอกลู่นอกทางของผมมีบ้าง แต่เป็นการขับรถตกข้างทางที่กว่าจะเอารถขึ้นมาขับบนทางปกติได้ก็เล่นเอาผมเหนื่อย เพราะตอนตกลงไปในดงกุหลาบ มันหอมและสวยแป๊บเดียว อย่าลืมว่าหนามกุหลาบมันแหลม เมื่อเราไปโดนเข้าก็ทำให้ถึงกับเลือดออกได้ ทางที่ดี อย่าไปหวั่นไหวหรือวอกแวกจะดีกว่า

มีครั้งหนึ่งผมต้องไปถ่ายละครพริกขี้หนูกับหมูแฮมที่อเมริกาเดือนกว่า ตอนนั้นเป็นการออกจากเมืองไทยที่นานที่สุดในชีวิต ในระหว่างที่ผมนั่งอยู่บนเครื่องบิน 22 ชั่วโมง ผมไม่หลับเลย เพราะกำลังครุ่นคิดด้วยความตื่นเต้นว่า นี่ผมจะไม่ได้อยู่ประเทศไทยอีกเป็นเดือน ผมต้องห่างกับแฟนผมนานขนาดนี้ และนี่เป็นครั้งแรกที่เราสองคนห่างกันนานที่สุดตั้งแต่คบกัน ผมรู้สึกใจหายและคิดถึงเขาขึ้นมาจับใจ และไหนจะคิดว่าไม่มีเขาตั้งเดือน ผมจะอยู่ยังไง จะรู้สึกยังไง จะเหงาไหม การห่างกับแฟนผมครั้งนั้นทำให้ผมทั้งคิดถึงและเห็นคุณค่าของเขาขึ้นมาจับใจทันที

ถ้าไม่ห่างกันครั้งนั้น ผมก็คงยังไม่รู้ตัวว่าการจากใครสักคนที่เรารักเป็นเวลานานๆ มันทำให้เราตระหนักได้ว่า การมีใครสักคนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จนเขาเป็นเหมือนอากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวัน ทำให้เราไม่เห็นความสำคัญของเขาเท่าที่ควร แต่เมื่อวันหนึ่งเราขาดอากาศที่เคยหายใจ เราก็ไม่สามารถอยู่ได้ เราถึงได้เรียกร้องหาให้กลับมา ใครสักคนที่เรารักก็มักจะเป็นอย่างนั้น เราไม่เคยขอบคุณที่เรามีเขาอยู่เคียงข้าง เหมือนเราไม่เคยขอบคุณอากาศที่ทำให้เราได้หายใจในทุกๆ วัน”

เครดิต Manager Online