คุณลุงประทีป เผยเทคนิคทำเกษตร 4 ส่วน ในพื้นที่ 1 ไร่ สร้างรายได้หลักแสน

เอาใจเพื่อนๆ สายเกษตรกรสำหรับใครที่มีเวลา และกำลังมองหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชมการทำเกษตรอย่างมีระบบแบบแผน

“คุณประทีป มายิ้ม” เกษตรกรเจ้าของ ศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สวนพออยู่พอกิน บ้านมายิ้ม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำเกษตรในพื้นที่ 1 ไร่มาทำเงินได้หลายแสนบาท โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน

โดยในส่วนแรก ใช้พื้นที่ 4 ตารางวา เขาเอามาทำเป็นพื้นที่ทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ สารกำจัดศัตรูพืชต่างๆที่ใช้ในการทำเกษตร

ส่วนที่ 2 ปลูกพืชแบบเศรษฐกิจพอเพียง ยึด 10 เมนูยอดนิยมครัวไทยต้องใช้พืชอะไร ผมก็ปลูกพืชพวกนั้น ข่า ตะไคร้ กระวาน ผักชี ขึ้นฉ่าย ฟักทอง โหระพา กะเพรา พริก มะเขือ มะกรูด มะนาว มะละกอ ฟัก แฟง แตงกวา

ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตได้วันละ 20กิโล โดยขายได้ในราคากิโลละ 15 บาท โดยในเดือนหนึ่งสามารถสร้างรายได้ 24,000 ต่อเดือน หรือคิดเป็นปีก็ปีบะ สองแสนกว่า

ส่วนที่ 3 ใช้เนื้อที่ 2.5 ตารางวาโดยในส่วนนี้ จะมีการทำคอกสัตว์โดยมีการแบ่งเลี้ยงเป็ดครั้งหนึ่ง 10 ตัวและไก่อีก 10 ตัว สามารถสร้างผลผลิตได้ในทุกๆ วัน ซึ่งก็จะมีแม่ค้าข้าวแกงมารับซื้อทุก 3 วัน ได้อีกเดือนละ 1,000 บาท ปีละ 12,000 บาท

ส่วนที่ 4 ทำเป็นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำต่างๆ โดยมีการขุดบบ่อไว้เลี้ยงปลาพ่อพันธ์ุแม่พันธ์ุ และเพาะขายลูกกับใช้ประโยชน์ไว้กินแมลงศัตรูพืช เลี้ยงพ่อพันธุ์ไว้ 20 ตัว แม่พันธุ์ 100 ตัว จะได้ลูกพันธุ์ไปขายตัวละ 1 บาท เดือนละ 10,000 ตัว…ปีหนึ่งเกินแสน

อีกบ่อก็จะก่อนอิฐสร้างเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ปลา หอย โดยเฉพาะกุ้ง1 ปี จะได้กุ้งก้ามแดงให้จับขายประมาณ 1.5 แสนบาท…กุ้งก้ามกราม ปีหนึ่งจับได้ 2 หน เป็นเงิน 14,000 บาท

กุ้งแม่น้ำได้ปีละหน 2,400 บาท โดยจะจับแต่ตัวใหญ่ๆ ส่วนตัวเล็กๆ ก็จะเอาไว้เลี้ยงต่อ ส่วนปลาสามารถเอามาขายได้ปีละ 3 หนหนละ 20 กก.ปีหนึ่ง 2,400 บาท

ในส่วนของหอยขมและหอยโข่งนั้น จะเลี้ยงไว้เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกในบริเวณห้นบ่อ และมีการปล่อยลูกปลาอย่างละ 1-2กก.สามารถจับขายได้ทุกสัปดาห์

หอยขมได้ 200 บาท หอยโข่ง 300 บาท…ปีละ 26,000 บาท บอกเลยว่าไร่ของคุณประทีบนั้นในหนึ่งปีสามารถสร้างรายได้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 แสนบาทเลยทีเดียว

ผลไม้เพียบ

เลี้ยงตัวโตๆ

ขอขอบคุณที่มาจาก : hunsa.siamtodaynews.com

ครูติ่งบอกสูตรการขยายพันธุ์มะนาว “ด้วยใบ” ใช้แค่ 1 ต้น ขยายกิ่งพันธุ์นับพันกิ่ง

มะนาว ถือเป็นพืชตลาดที่สำรายได้สูง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดด้วย บางครั้งในบางปี มะนาวมีราคาถูกมาก

แต่โดยทั่วไปพืชชนิดนี้ แม้จะมีราคาขึ้นๆ ลงๆ แต่ก็ทำรายได้แก่เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการมีไม่จำกัด

การขยายพันธุ์มะนาว การทำการขยายพันธ์มะนาวสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ การตอนกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง และการขยายพันธุ์ด้วยใบที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ต้นแบบ ที่น่าสนใจ มากในการขยายพันธุ์มะนาวได้จำนวนมาก แต่ที่นิยมขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย จะนิยมขยายแบบกิ่งตอน จะขยายพันธุ์ได้มากขึ้น

ใครสนใจอยากจะปลูกมะนาวขายหรือลองปลูกไว้กินเอง วันนี้เรามีวิธีการ การขยายพันธุ์มะนาวด้วยใบ จากเว็บบางกอกทูเดย์ โดยตามแบบฉบับของ ครูติ่ง มาให้ลองได้ศึกษาและลองทำดู ซึ่งสามารถขยายพันธุ์มะนาวได้ทีละมากๆด้วย

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
-กิ่งและใบมะนาว ที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป

-กาบมะพร้าว

-มีดขนาดเล็ก

-หนังยาง

-ถุงร้อน

-ห้องพ่นหมอก(ถ้ามี)

โดยวิธีการขยายพันธุ์มะนาวด้วยใบ โดย ครูติ่ง มีขั้นตอนการทำดังนี้
1.นำกาบมะพร้าวตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 1 ข้อนิ้วชี้ หรือราวๆ 2.5-3 ซม. นำไปแช่น้ำไว้จนชุ่ม เอาค้อนทุบจนกาบมะพร้าวแตกนุ่ม เพื่อให้ง่ายต่อการห่อให้กลม ส่วนนี้จะเป็นวัสดุเพาะชั้นดีที่อุ้มน้ำได้ดี

2.เมื่อได้กาบมะพร้าวที่นุ่มแล้ว นำมาห่อม้วนเป็นทรงกลม รัดด้วยหนังยางหัวท้าย แล้วนำตะปูหรือไม้ขนาดเท่าหลอดกาแฟ ทิ่มลงไปบริเวณด้านบนของกาบมะพร้าวให้เป็นรู เพื่อเป็นรูไว้สำหรับเสียบกิ่งตอนสำหรับเพาะต่อไป

3.ตัดกิ่งตอนหรือก้านใบ ให้มีใบมะนาว หรือใบมะกรูดติดมาด้วยอย่างน้อย 1 ใบ และตัดกิ่งด้านบนให้สั้นเล็กน้อย ส่วนด้านล่างก้านใบให้ยาวไม่เกิน 1 ข้อนิ้ว หรือยาวประมาณ 1-1.5 ซม. ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เสียบลงในกาบมะพร้าวที่เตรียมเอาไว้

4.ตัดใบมะนาว หรือใบมะกรูดที่ติดมากับกิ่งออกครึ่งหนึ่ง เพื่อลดการคายน้ำ เป็นเทคนิคการขยายพันธุ์มะนาวด้วยใบ ที่ได้ผลดี

5.กรีดเปลือกหุ้มก้านด้านที่ยาว 2-3 ด้าน ไม่ต้องลึกมาก เพื่อเปิดแผล กรีดตามความยาวของก้านลงมาเลย วิธีนี้เป็นการเพิ่มพื้นที่ในการออกราก หากไม่ทำแบบนี้รากจะออกเฉพาะที่ปลายรอยตัด อัตราการงอกต่ำ

6.นำกิ่งที่เปิดหน้าแล้ว ไปจุ่มในน้ำยาเร่งราก แล้วเอาไปผึ่งลมให้แห้ง ประมาณ 5-10 นาที ถ้าไม่แห้งเมื่อนำไปเสียบในกาบมะพร้าวอาจเน่าได้

7.เมื่อแห้งแล้ว เอาไปเสียบในกาบมะพร้าวที่เตรียมไว้จนมิดด้าม 1 ก้อนต่อการเสียบ 1 กิ่ง ได้ 4 ก้อนนำมามัดรวมกัน เพื่อให้ตั้งได้

8.นำก้อนกาบมะพร้าวที่เสียบกิ่งแล้ว ไปจุ่มน้ำให้ชุ่มแล้วใส่ไว้ในถุงร้อน มัดหนังยางในลักษณะให้ถุงร้อนพองโป่งออก ให้ใบไม่กระทบถุง

9.เมื่อได้ถุงที่มีก้อนกาบมะพร้าวเสียบใบมะนาวอยู่ด้านในเรียบร้อยแล้ว ให้เอาไปตั้งไว้ใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงา ให้โดนแสงบ้างเล็กน้อย ประมาณ 1 เดือน มะนาวจะเริ่มออกรากหรือเริ่มติดตายอด

ส่วนถ้าเป็นมะกรูดจะใช้เวลานานประมาณ 3-4 เดือน จึงจะเริ่มออกรากและติดตายอด ซึ่งถ้าจะให้สมบูรณ์ควรรอทั้งรากและตาออกมาทั้งคู่ จึงเริ่มนำไปลงถุงชำต่อไปได้

การขยายพันธุ์มะนาวด้วยใบ มีข้อดีคือแม้ว่าเรามีพันธุ์มะนาวที่ดีเพียงแค่ต้นเดียวก็สามารถขยายพันธุ์มะนาวได้เป็นจำนวนมากๆ เป็นร้อยเป็นพันต้นก็ได้

หากใครสนใจปลูกมะนาวก็ลองทำตามวิธีของครูติ่งได้ เพราะครูติ่งได้บอกไว้แล้วว่าโอกาสรอดของการปลูกแบบวิธีนี้ก็สูงด้วย

ที่มา item2day

พระราชดำริ แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ชีวิตแบบเพียงพอ

การพัฒนาตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่ ๕ ส่วน ดังนี้

1. กรอบแนวความคิด

เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา

2. คุณลักษณะ

เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับโดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน

3. คำนิยาม

ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย ๓ คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้

ความพอประมาณ: หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

ความมีเหตุผล: หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ

การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว: หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

4. เงื่อนไข

การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ

เงื่อนไขความรู้: ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ

เงื่อนไขคุณธรรม: ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

5. แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผลจากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
ที่มา me-panya

ใครที่ใช้บ่อยๆหรือมีติดตัวต้องรู้ ประโยชน์เยอะจริงๆ แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้นมาก

11 ประโยชน์ของวาสลีน ลองนำไปใช้ดู แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้นมาก

1. ปรับผิวหนังแห้งแตก

จะ ผิวลอก แห้ง แตก วาสลีนก็ช่วยได้ หลังอาบน้ำและทามอยส์เจอไรเซอร์แล้ว ให้ทาวาสลีนทับบางๆ จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นไม่ให้ระเหยออกไป และยังใช้ทาระหว่างวันเพื่อลดแรงเสียดสีระหว่างผิวกับโต๊ะทำงานได้อีกด้วย

2. ป้องกันลิปสติกติดฟัน

เทคนิค ที่เมคอัพอาร์ทิสต์ชั้นนำใช้กันก็คือ หลังจากทาลิปสติกสีแดงแล้ว พวกเขาจะทาวาสลีนเคลือบผิวฟันหน้าของนางแบบเอาไว้เล็กน้อย เพื่อไม่ให้ลิปสติกติดฟัน จะยิ้มกว้างแค่ไหนก็เป๊ะแน่นอน

3. ช่วยให้ขนตา ยาวขึ้น

ใคร ขนตาสั้น ขนตาหลุดง่าย ลองลูบไล้ขนตาด้วยวาสลีนก่อนนอน แล้วขนตาจะค่อยๆ ยาวขึ้นอย่างน่าทึ่งเชียวล่ะ โดยมีทริคคือลูบแค่ปลายขนตาก็พอ เวลากระพริบตาวาสลีนจะเคลือบทั่วถึงได้เอง หากทาชิดโคนขนตาเกินไปอาจจะทำให้หนักตาหรือระคายเคืองได้


4. ฉีดน้ำหอมให้ยิ่งหอมนาน

ทาวาสลีนที่จุดชีพจรอย่างข้อมือหรือต้นคอ ก่อนที่จะฉีดน้ำหอมทับลงไป ก็จะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดทนขึ้น

5. ป้องกันผมแตกปลาย

เวลา ตัดผมหรือสไลซ์ผม มักจะทำให้ผมแตกปลายได้ง่าย ซึ่งป้องกันได้โดยการแตะวาสลีนมาลูบที่ปลายผมก่อน แล้วจึงค่อยตัดหรือเล็มปลายผมตามปกติ

6. ป้องกันรองเท้ากัด

ให้ทาวาสลีนที่ด้านในรองเท้าไว้ก่อน เน้นส่วนที่มักกัดบ่อยๆ เช่น ส้นเท้า หัวรองเท้า ทิ้งไว้ 1 คืน

7. ช่วยป้องกันยาย้อมผมติดผิว

หาก ทาวาสลีนตามกรอบหน้าและหลังใบหูก่อนย้อมผม จะช่วยไม่ให้ยาย้อมผมติดผิวได้นะ หากเปื้อนก็สามารถเช็ดออกได้ง่ายดายมาก แต่ระวังอย่าทาให้โดนเส้นผมเพราะอาจจะทำให้ย้อมไม่ติดได้

8. ใช้ขัดผิวให้เนียนนุ่ม

ลองผสมวาสลีนเข้ากับเกลือขัดผิว จะช่วยให้ขัดผิวได้ลื่นขึ้น และผิวยังนุ่มเนียนน่าลูบไล้สุดๆ

9. ใส่ต่างหูได้ง่ายขึ้น

เวลาที่ใส่ต่างหูไม่ค่อยเข้า แนะนำให้ทาวาสลีนที่ต่างหูก่อน ก็จะช่วยให้ใส่เข้าง่ายดายในพริบตาเลยล่ะ

10. ถอนขนคิ้วได้ง่ายขึ้น เจ็บน้อยลง

นวดคิ้วด้วยวาสลีนก่อนจะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มลง สามารถถอนขนคิ้วออกได้ง่ายขึ้น

11. แก้ซิปติด และขจัดคราบเปื้อนตามเสื้อผ้า

ผิว สวยแล้วเสื้อผ้าก็ต้องเป๊ะ หากซิปติดรูดไม่ขึ้น ให้เอาคอตตอนบัดแต้มวาสลีนลงไปที่ซิปก็จะรูดได้ง่ายขึ้นมากๆ หรือหากมีคราบเปื้อนลองใช้ผ้าเปียกหมาดๆ ป้ายวาสลีนแล้วเช็ดที่คราบเปื้อน ก็จะช่วยให้คราบหลุดออกง่ายขึ้นเช่นกัน

ส่องบ้านสวน “เท่ง เถิดเทิง” ปลูกพืชผักเต็มสวนร่มรื่นน่าอยู่มาก

จากเด็กสุโขทัยเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จนกลายเป็นตลกชื่อดังระดับชั้นนำของเมืองไทย “เท่ง เถิดเทิง” หรือพงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ เองกลับไม่เคยลืมความเป็นเด็กบ้านนอก ยังคงคิดถึงกลิ่นดิน กลิ่นฟาง กลิ่นขี้ควาย แม้จะมีบ้านหลังใหญ่โตในกรุงเทพฯ

แต่เมื่อมีเวลาว่างเขาและครอบครัวก็มักจะเดินทางมาพักผ่อนที่บ้านอีกหลังหนึ่งในจังหวัดนครนายกซึ่งซื้อมาได้ 7-8 ปีแล้ว

ผืนดิน 4 ไร่ที่เต็มไปด้วยมะม่วง มะยงชิด มะปราง เงาะ มังคุด ฯลฯ พร้อมบ้านไม้หลังย่อมๆ อีกหนึ่งหลังถูกเท่ง เถิดเทิงซื้อมาเมื่อหลายปีก่อนในราคา 3.9 ล้านบาท

“วันนั้นพาครอบครัวมาเที่ยวน้ำตก แล้วเมียพามาดูที่ พอเห็นเรารู้สึกชอบเลยเพราะมันเย็น ร่มรื่น มีสวน ตอนนั้นยกมือไหว้เจ้าที่เจ้าทางบอกว่าถ้าที่ดินนี้จะเป็นของเราขอให้คุยและเจรจาเสร็จใน 1 วัน ซึ่งวันเดียวก็เรียบร้อย จ่ายเงิน โอนกันไม่มีปัญหาอะไรเลย”

เมื่อเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้เท่งก็ลงมือปรับปรุงบ้านโดยคงสภาพบ้านไม้แบบเดิมไว้เพราะส่วนตัวชื่นชอบบ้านไม้ จะปรับเพียงดีดบ้านให้สูงขึ้น ปูพื้นกระเบื้องแทนพื้นดินด้านล่าง ต่อห้องเพิ่ม และสร้างบ้านหลังย่อมๆ ตรงท้ายสวนให้ญาตินอนเฝ้าตอนกลางคืน

“ช่วงแรกที่มาพักใหม่ๆ ชาวบ้านขับรถ หรือขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านจะตะโกนเรียกชื่อทั้งวัน แต่พออยู่ไปนานๆ พี่ก็เริ่มชิน คุ้นเคยกับคนแถวนี้ เดินถอดเสื้อออกไปนอกบ้านทักทายกับคนทั่วไปได้”

ปกติถ้าไม่มีงานที่กรุงเทพฯ เท่ง เถิดเทิงจะขับรถมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เพราะชอบความเงียบสงบ และธรรมชาติของที่นี่ แม้บ้านในกรุงเทพฯ ย่านบางบัวทองจะหลังใหญ่โตแต่ไม่มีที่ให้เดินเล่น ปลูกต้นไม้เหมือนบ้านหลังนี้

กิจกรรมที่ตลกเจ้าของบ้านชอบทำบ่อยๆ คือกวาดใบไม้ เผาใบไม้ ปลูกผักสวนครัวรอบบ้าน นอกจากจะมีผลไม้หลายชนิดติดที่ดินดั้งเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีทั้งมะนาว มะละกอ ตะไคร้ มะกรูด ฯลฯ อยู่รอบๆ ตัวบ้าน

ทุกเช้าที่บ้านนครนายกเท่ง เถิดเทิงจะตื่นแต่เช้าลงมาดูแลทำความสะอาดบ้าน กวาดใบไม้ เผาขยะ ว่างๆ ก็ปลูกผัก ดูแลพืชพันธุ์ที่ตัวเองปลูกไว้ ถ้ามีเวลาจะต้องช่วยภรรยาแกะเนื้อปลานิลสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาขนมจีนแม่มาลา (ขนมจีนที่ขายอยู่ในตลาดเท่ง เถิดเทิง จังหวัดนครนายก) ชีวิตประจำวันที่นี่ของเท่งจึงค่อนข้างเรียบง่าย สงบ

“อยู่ที่นี่แล้วมันสบายใจ สบายกาย สบายปอด ผมไม่ชอบอยู่กรุงเทพฯ แต่เพราะมีครอบครัว ห่วงลูก มีเงินผมไม่เคยใช้ ใช้ไม่เป็น แต่งตัวไม่เป็น เดินห้างไม่เป็น ไม่รู้จะซื้ออะไร แต่มาอยู่ที่นี่แล้วมีความสุข บางวันก็เดินเท้าเปล่ารับแร่ธาตุจากดิน มาอยู่ที่นี่แล้วไม่อยากกลับกรุงเทพฯ”

“บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่งั้นมันจะเป็นง่อยกันไปซะหมด ทุกวันนี้เราแทบไม่ทำอะไรกันแล้ว เพียงแค่เห็นครอบครัวอบอุ่น ไม่อด อิ่ม อยากกินอะไรก็ได้กิน บรรยากาศถ่ายเท ไปไหนมาไหนสบาย แค่นั้นก็พอแล้ว”

ในอนาคตเท่ง เถิดเทิงยังไม่มีแผนชีวิตชัดเจนว่าจะเกษียณตัวเองตอนอายุเท่าไร เพราะยังฝันถึงการเล่นตลกมอบความบันเทิงให้กับคนดูไปจนอายุสัก 70 ส่วนบั้นปลายนั้นจะเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านหลังนี้ หรือไปสร้างบ้านหลังเล็กๆ ริมแม่น้ำแควบนที่ดินของตัวเองในจังหวัดกาญจนบุรีหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ

10 วิธี ทำตัวให้ “มีค่า ดั่งเพชร” แล้วสิ่งดีๆ จะวิ่งเข้ามาหาเราเอง…

1.อย่า ‘ทำตัวไร้ค่า’
วันๆ ไม่ทำอะไร นั่งขี้เกียจ เฉื่อยชา ต้องขยัน กระตือรือร้น ทำงาน สร้างสรรค์ ยุ่งตลอดเวลา
อย่าเกิดมาอยู่เป็นสิ่งมีชีวิตรกโลก แล้วตาย ชีวิตสั้น เดี๋ยวก็ตาย จะทำตัวมีค่าเลย หรือไม่มีค่าเลย !

2.อย่า ‘ไร้สาระ’
อะไรไม่สำคัญ ไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องทำ เล่น FACEBOOK, INSTAGRAM ถ้าไม่ได้ความรู้ หรือเงิน หรือโอกาสในชีวิต เลิกเล่น คุย LINE หรือคุยกับเพื่อน ถ้าปัญญาอ่อน เสียสมอง เสียงาน เสียเวลา เลิกคุย !!!

3.อย่า ‘อยู่แบบห่วยๆ’
ถ้ารู้ตัวว่าห่วย ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง อย่าทนกับตัวเอง ลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง ทำบางอย่างให้เป็น ทำบางอย่างให้เก่ง จะได้เลิกสมเพชตัวเอง และมีอนาคต!!

4.อย่า ‘อวดเก่งไปวันๆ’
ทำตัวเท่ เดินไปเดินมา ขี้โม้ ไม่ได้ช่วยให้เจริญขึ้น คนเก่งจริงต้องพูดน้อย ทำมาก อวดรู้น้อย เรียนรู้มาก เพ้อเจ้อน้อย ผลงานมาก ถ้าเจ๋งไม่จริง ลดความหลงตัวเองลงมา
เพิ่มการพัฒนาเข้าไป อย่าทำให้คนหมั่นไส้ !


5.อย่า ‘ขี้ขลาด’
คนขี้ขลาดจะไม่ได้ทำอะไรในชาตินี้ อยากทำอะไรไม่ใช่ต้องไม่กลัว แต่ต้องทำทั้งๆ ที่กลัว อย่ามัวแต่ฟังคนขี้ขลาด บอกไม่ให้ทำ เพราะสุดท้ายจะเป็นขี้แพ้เหมือนไอ้คนบอก ดูคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าล้มเหลวเป็นตัวอย่าง อย่างมากแค่ตาย ลุย !

6.อย่า ‘คิดลบ’
ถ้าคิดลบ ชีวิตจะแย่ไปหมดทุกเรื่อง ไม่มีทางได้ดี สมองจะเสื่อมโทรม จิตใจจะขุ่นมัว ชีวิตจะห่วยแตก
โลกจะโหดร้าย เลิกเป็นพวกคิดลบ ไม่เคยคิดเชิงสร้างสรรค์ เอะอะก็คิดเชิงทำลาย เพราะสุดท้ายจะทำลายตัวเอง !

7.อย่า ‘เห็นแก่ตัว’
ทุกวันนี้อยู่เพื่อใครบ้าง รักใครบ้าง นึกถึงใครบ้างนอกจากตัวเอง คนเห็นแก่ตัวถือว่ามีชีวิตอยู่ก็ไร้ค่า ถ้าไม่รู้จักใจกว้าง มีน้ำใจ หรือทำเพื่อใครเลย
ไม่ช้าโลกจะเอาทุกอย่างที่มีไปหมด ชีวิตจะจบแบบยากจนข้นแค้น !

8.อย่า ‘หมกมุ่นกับความรัก’
ไม่มีความรักไม่ตาย แต่ไม่มีดี ไม่มีค่า ไม่มีอะไรเลยนี่ตายแน่ๆ อยากได้ความรักดีๆ ทำชีวิตให้ดีซะก่อน
อยากได้คนรักดีๆ ทำตัวเองให้คู่ควรซะก่อน
หยุดดิ้นรนแสวงหา เมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่มีค่าในสายตาใคร เพราะจะไม่ถูกมองข้ามก็ถูกทิ้งขว้าง !


9.อย่า ‘รักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง’
คนไม่รัก ไม่สนใจ ไม่เห็นค่า ช่างมัน จะแคร์ จะง้อ จะฟูมฟายทำไม ตัดทิ้งเลย ลืมเลย ไม่สนใจเลย คนดีๆ บนโลกมีอีกตั้งเยอะ รอเพชรเจียระไนเลอค่า ปล่อยเศษขี้ฝุ่นไร้ค่าไป จำไว้ .. อยากให้คนอื่นเห็นค่า ต้องเริ่มที่เห็นค่าตัวเอง !

10.อย่า ‘ดีน้อยไปและเลวมากไป’
เกิดมาบนโลกนี้ ไม่ต้องถึงกับเป็นคนเพอร์เฟคต์ เอาแค่อย่าดีน้อยไป มีข้อดีอยู่บ้างก็พอ และอย่าเลวมากไป มีข้อเสียนิดหน่อยก็พอ แล้วชีวิตที่เหลืออยู่ ก็เพิ่มความดี ลดความเลว ค่อยเป็นค่อยไป

แค่ได้เห็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าของตัวเองก่อนตาย ก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว !
สุดท้าย จำไว้ !
มนุษย์จะไม่ ‘มีค่า’

จนกว่าจะ ‘สร้างค่า’ ให้ตัวเอง
ถ้าไม่ทำอะไร…อย่าเข้าใจผิดคิดว่าตัวเอง “มี”

ขอบคุณที่มา : เฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกูล